สิ้น “ดวงแก้ว พิทยากรศิลป์” ผู้ก่อตั้งพิพิธภัณฑ์หุ่นขี้ผึ้งไทย สิริอายุ 71 ปี
สิ้น “ดวงแก้ว พิทยากรศิลป์” ผู้ก่อตั้งพิพิธภัณฑ์หุ่นขี้ผึ้งไทย สิริอายุ 71 ปี
เมื่อวันที่ 6 ธ.ค. นางพิมพ์รวี วัฒนวรางกูร อธิบดีกรมส่งเสริมวัฒนธรรม (สวธ.) กล่าวว่า นายดวงแก้ว พิทยากรศิลป์ ผู้มีผลงานดีเด่นทางด้านวัฒนธรรม สาขาทัศนศิลป์ (ประติมากรรม) พ.ศ.2538 ถึงแก่กรรมแล้ว ด้วยภาวะติดเชื้อรุนแรง เมื่อวันที่ 4 ธ.ค.ที่ผ่านมา ณ โรงพยาบาลธนบุรี สิริอายุรวม 71 ปี โดยกำหนดการบำเพ็ญกุศลศพ นายดวงแก้ว จะมีพิธีสวดพระอภิธรรมศพระหว่างวันที่ 6-12 ธ.ค. เวลา 19.30 น. ณ ศาลา 1 วัดอินทราวาส (ประดู่) แขวงบางระมาด เขตตลิ่งชัน
โดยกรมส่งเสริมวัฒนธรรม (สวธ.) ดำเนินการขอพระราชทานเพลิงศพให้ในวันที่ 13 ธ.ค. เวลา 16.00 น. ณ เมรุวัดอินทราวาส (ประดู่) แขวงบางระมาด และมีเงินสวัสดิการสำหรับผู้มีผลงานดีเด่นทางด้านวัฒนธรรมที่เสียชีวิตเพื่อร่วมบำเพ็ญกุศล จำนวน 10,000 บาท นอกจากนี้ ยังมีเงินสนับสนุนการจัดทำหนังสือเพื่อเผยแพร่ผลงานเมื่อเสียชีวิตเท่าที่จ่ายจริงไม่เกิน 80,000 บาท
อธิบดีสวธ. กล่าวต่อว่า นายดวงแก้ว เป็นผู้มีผลงานดีเด่นทางด้านวัฒนธรรม โดยเฉพาะประติมากรรมชิ้นสำคัญ เป็นผู้ริเริ่มจัดทำพิพิธภัณฑ์หุ่นขี้ผึ้ง ด้วยการบุกเบิกการนำไฟเบอร์กลาสมาใช้ทำหุ่นขี้ผึ้งซึ่งเหมาะกับสภาพอากาศร้อนของประเทศไทย
สำหรับประวัตินายดวงแก้วนั้น เกิดเมื่อวันที่ 6 พ.ย.2488 ได้ชื่อว่าเป็นช่างปั้นฝีมือโดดเด่น สร้างสรรค์งานปั้นสำคัญๆ ไว้หลายชิ้น เช่น ปั้นอนุสาวรีย์พระเจ้าตากสิน ปั้นอนุสาวรีย์กรมพระราชวังบวรฯ ประดิษฐาน ณ กองบัญชาการกองพล 9 จังหวัดกาญจนบุรี เป็นต้น เป็นผู้ริเริ่มจัดทำพิพิธภัณฑ์หุ่นขี้ผึ้งในเมืองไทย ซึ่งหลังจากทดลองทำแล้วประสบปัญหาในเรื่องของสภาพอากาศ ฝุ่นละอองซึ่งเป็นอันตรายต่อความสวยงาม และความคงทนของตัวหุ่น แต่ด้วยความมุ่งมั่นจึงพยายามทดลองใช้วัสดุต่างๆ จนกระทั่งทดลองนำไฟเบอร์กลาส มาทดแทนขี้ผึ้งด้วยกรรมวิธีที่คิดค้นขึ้น ทำให้หุ่นที่ทำด้วยไฟเบอร์กลาสมีคุณภาพดีกว่าหุ่นขี้ผึ้ง ซึ่งไม่เหมาะกับสภาพภูมิอากาศของประเทศไทย
นายดวงแก้ว ยังเป็นหนึ่งในผู้ที่ทุ่มเทความรู้ความสามารถและกำลังทรัพย์ จัดสร้างพิพิธภัณฑ์หุ่นขี้ผึ้งไทยขึ้นที่อำเภอนครชัยศรี จ.นครปฐม เพื่อเผยแพร่ศิลปวัฒนธรรมไทย โดยสร้างสรรค์หุ่นในชุดต่าง ๆ ที่สะท้อนให้เห็นถึงชีวิตไทย ศิลปะ วัฒนธรรมและเพื่อให้เป็นพิพิธภัณฑ์ที่มีชีวิต โดยทุ่มเทความรู้และความสามารถทางสร้างสรรค์งานศิลปะ เพื่อเผยแพร่ชื่อเสียง เกียรติคุณทั้งยังเป็นการอนุรักษ์ ส่งเสริม เผยแพร่ศิลปวัฒนธรรมไทยให้ปรากฏทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศ จึงได้รับการยกย่องเชิดชูเกียรติเป็นผู้มีผลงานดีเด่นทางวัฒนธรรม สาขาทัศนศิลป์ (ประติมากรรม) พ.ศ.2538
ภาพจาก พิพิธภัณฑ์หุ่นขี้ผึ้งไทย
ที่มา : khaosod
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น