วันพฤหัสบดีที่ 21 กรกฎาคม พ.ศ. 2559

ปชป.ประกาศชัดไม่รับร่างรัฐธรรมนูญ


ปชป.ประกาศชัดไม่รับร่างรัฐธรรมนูญ
Picture

พท.-ปชป.ประสานเสียงประกาศไม่รับร่างรธน. ด้าน “โคทม”แนะ หากร่างรธน.ไม่ผ่านใช้เป็นฉบับชั่วคราวลุยเลือกตั้ง ก่อนตั้งสสร.มาร่างฉบับที่ทุกฝ่ายเห็นพ้อง
อาทิตย์ที่ 17 กรกฎาคม 2559 เวลา 15.20 น.

​เมื่อเวลา 13.00 น. ที่สถานีโทรทัศน์ไทยรัฐทีวี สถาบันสิทธิมนุษยชนและสันติศึกษา มหาวิทยาลัยมหิดล ร่วมกับ อินเตอร์เนชั่นแนลไอเดีย โครงการอินเทอร์เน็ตเพื่อกฎหมายประชาชน (ไอลอว์) ขบวนการผู้หญิงปฏิรูประเทศไทย และสถานีโทรทัศน์ไทยรัฐทีวี ร่วมบันทึกเทปถกแถลงร่างรัฐธรรมนูญและประชามติรายการ “ขีดเส้นใต้ประชามติ” โดยมีนักวิชาการ นักการเมือง กกต.เข้าร่วม

โดยนายโคทม อารียา ที่ปรึกษาสถาบันสิทธิมนุษยชนฯกล่าวว่า บรรยากาศการรณรงค์ประชามติในครั้งนี้ทำให้บางคนเกิดความรู้สึกกลัวมาก บางคนกลัวน้อย ถามว่าเราต้องกลัวอะไร ทั้งนี้ตนสนับสนุนการณรงค์ประชามติตามสิทธิเสรีภาพจำเป็นต้องมีแสงสว่างผีก็จะไม่มี ดังนั้นต้องเปิดให้บรรยากาศโปร่งใส ทำอะไรให้ตรงไปตรงมาความกลัวก็จะลดลงทั้งนี้เข้าใจว่า  คสช.กลัวความไม่สงบ กลัวว่าจะมีการก่อหวอด ส่งผลให้การลงประชามติล้มเหลว จึงอยากบอกว่า อย่ากลัวและต้องปล่อยให้บรรยากาศการรณรงค์ประชามติมีความเสรี และเป็นอิสระ เพื่อให้การลงประชามติมีความชอบธรรม และเที่ยงธรรม แต่ขณะนี้การบังคับใช้กฎหมาย ยังลุ่มๆ ดอนๆ จึงอยากขอให้การรณรงค์ประชามติและประชาสัมพันธ์ร่างรัฐธรรมนูญต้องไม่ผิดต้องทำได้เสรีและเท่าเทียมกัน เพื่อไม่ให้การลงประชามติเสียของ

“ผมอยากเห็นรัฐธรรมนูญไม่ผ่านประชามติ และผมก็จะไม่รับร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ด้วย เพราะจำกัดสิทธินักการเมืองมากเกินไป แทนที่จะดึงนักการเมืองดี ๆ เข้ามาร่วมเล่นการเมือง คำว่าปราบโกงผมเข้าใจว่าท่านตั้งใจปราบทุกคนหรือไม่ ในบทเฉพาะกาลที่เขียนให้ คสช.อยู่ยาวนั้นผมก็ไม่รังเกียจ แต่ถ้าร่างไม่ผ่านประชามติขอเสนอให้ร่างรัฐธรรมนูญฉบับที่ 20 นี้ เป็นร่างรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราวเพื่อเดินหน้าสู่การเลือกตั้ง แล้วก็ตั้ง สสร.ขึ้นมาร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ที่ทุกฝ่ายเห็นพ้องต้องกันจะดีกว่า  ”นายโคทม กล่าว

ด้านนายสมชัย ศรีสุทธิยากร กกต.กล่าวว่า ตนอยู่ฝ่ายที่เห็นว่ายังสามารถรณรงค์ประชาสัมพันธ์ร่างรัฐธรรมนูญได้ เพียงแต่ต้องไม่มีการกล่าวเท็จ ไม่ก้าวร้าว และไม่ปลุกระดม แต่ที่มีประชาชนถูกดำเนินคดี 100 กว่าคดีนั้น 90 กว่าคดีเป็นดคีความมั่นคง ซึ่งมาจากสาเหตุอื่น ขณะที่ กกต.เราดูแลเฉพาะในส่วนที่เกี่ยวข้องกับประชามติเท่านั้น ทั้งนี้ในส่วนของการจัดกิจกรรมรณรงค์ประชามติของกลุ่มนิสิตนักศึกษาสามารถทำได้แต่ขอให้มีหน่วยงานราชการหรือสื่อมวลชนมาร่วมด้วย ในส่วนของการเผยแพร่ผลการสำรวจความคิดเห็นหรือการจัดทำโพลต่าง ๆ ก็สามารถทำได้ แต่เผยแพร่ไม่ได้ในช่วง 7 วันก่อนการลงประชามติ

นายจาตุรนต์ ฉายแสง แกนนำพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า รัฐบาลและกกต.ควรเปิดโอกาสให้มีการแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับร่างรัฐธรรมนูญได้อย่างเต็มที่ในช่วงการทำประชามติ โดยไม่ต้องกลัวว่าพรรคการเมืองจะออกมาเคลื่อนไหวหรือทำให้เกิดความวุ่นวาย เพราะยังมีคำสั่ง คสช.ที่ห้ามพรรคการเมืองทำกิจกรรมใดๆอยู่ ทั้งนี้ตนไม่รับทั้งร่างรัฐธรรมนูญและคำถามพ่วง มีคนเข้าใจผิดว่าถ้ารับร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้แล้ว คสช.จะไปและมีการเลือกตั้ง ตนคิดว่าถ้ารัฐธรรมนูญผ่านจะทำให้ คสช.อยู่ยาว และผู้ที่มีอำนาจเกี่ยวข้องกับคสช.จะอยู่ในอำนาจไปอีกนาน การเลือกตั้งจะไม่มีความหมาย เพราะจะมี ส.ว.ที่มาจาก คสช.มาเลือกนายกรัฐมนตรี ขัดหลักเจตนารมณ์ของการเลือกตั้งตามระบอบประชาธิปไตย

ขณะที่นางธิดา ถาวรเศรษฐ  ประธานที่ปรึกษา นปช. กล่าวว่า การทำประชามติในปี 50 แม้จะอยู่ในช่วงที่การประกาศกฎอัยการศึก แต่บรรยากาศก็เปิดกว้างมากกว่าในปัจจุบัน จึงอยากเรียกร้องให้ฝ่ายรัฏฐาธิปัตย์เปิดประตูทุกบานและเปิดกว้างอย่างเต็มที่ โดยไม่ต้องห่วงว่าการแสดงความคิดเห็นของกลุ่มที่เห็นต่างจะเกิดความวุ่นวาย เพราะ นปช.ต่อสู้อย่างสันติวิธี หากสถานการณ์ยังเป็นเช่นนี้อยู่ถือว่าไม่เป็นผลดีเพราะเป็นการทำประชามติในบรรยากาศที่ไม่เป็นประชาธิปไตย

ด้านนายธนา ชีรวินิจ อดีต ส.ส.กทม.พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า พรรคประชาธิปัตย์ ยืนยันว่า ไม่รับคำถามพ่วงและไม่เห็นด้วยกับร่างรัฐธรรมนูญ เพราะมีส่วนเสียมากกว่าส่วนดี เช่น สิทธิตามรัฐธรรมนูญลดลง กระบวนการถอดถอนต้องเข้าสู่กระบวนการพิจารณาของศาลอาญา ซึ่งใช้เวลานาน หรือการให้ ส.ว.ที่มาจากการแต่งตั้งของ คสช.มีส่วนตัดสินรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งตามเจตจำนงของประชาชน เป็นสิ่งน่ากลัวและจะกลายเป็นจุดเปราะบาง และ เป็นประเด็นทางการเมืองในอนาคตได้ ที่สำคัญประชาชนยังไม่รู้ว่าอนาคตจะเป็นอย่างไร หากร่างรัฐธรรมนูญไม่ผ่านการทำประชามติ ดังนั้นขอให้ คสช.กล้าประกาศว่าถ้าประชาชนไม่รับร่างรัฐธรรมนูญแล้วจะเป็นอย่างไรต่อไป.

ที่มา dailynews

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น